Thai Button English Button
Head Title FAQ Page
Q Image
A Image

ยังไม่พบอาการ......ทั้งหลายที่กล่าวมา จึงไม่แน่ใจในการซื้อ

คุณคือคนหนึ่งที่อาจเป็นโรคภูมิแพ้โดยไม่รู้ตัว หลายคนอาจปฎิเสธว่าไม่เคยมีอาการของโรคภูมิแพ้มาก่อนเลย จึงไม่น่าจะต้องใช้ ...จริงอยู่ ...แต่คุณเคยคิดหรือไม่ว่า ท่านอาศัยอยู่ในโลกที่มีสภาพแวดล้อม ที่มากด้วยมลพิษมากกว่า ยุคก่อน หลายเท่านัก และต้องบริโภคน้ำ และอาหาร ที่ปนเปื้อนด้วยสารพิษ และเคมี ต่างๆทุกวัน ซึ่งมันจะค่อยๆสะสมในร่างกายทีละน้อย และเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง เคมีในร่างกาย ก็จะแสดงอาการแพ้ ออกมา ซึ่งจะช้าหรือ เร็ว อยู่ทีการรักษาสุขภาพ ของเราเอง เช่นอาการ จาม คัน ไอ หวัด ผื่น ซึ่งบางท่านสงสัยว่า สมัยยังเป๋นหนุ่ม สาว ไม่เคยมีอาการแพ้มาก่อน แต่พออายุมากขึ้น เช่นประมาณ 40 ปี อาการแพ้ต่างๆก็เริ่มมา ซึ่งอาการแพ้ทั้งหลายมักเกิดจากการสะสะมของสารเคมีที่ค่อยๆ เข้าไปบ่อนทำลายภูมิคุ้มกัน (immune system) จากที่ไม่เคยแพ้ก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นแพ้ได้ในวันหนึ่ง และเมื่อถึงวันนั้น การรักษาด้วยการทานยา หรือวัคซีน จะมีต้นทุน และเวลา ค่อนข้างสูงกว่าการป้องกันหลายเท่านัก และโอกาสการกลับมาเป็นใหม่ก็มีมาก ฉนั้น การป้องกัน ในวันนี้ จึงน่าจะคุ้มค่ากว่า

Q Image
A Image

ซักผ้าบ่อยๆช่วยกำจัดไรฝุ่นได้หรือไม่ ?

การซักผ้าด้วยน้ำธรรมดาไม่สามารถฆ่าไรฝุ่นได้ 100% แต่สามารถช่วยขจัดมูลและคราบของไรฝุ่นได้ดี แต่มีข้อจำกัดตรงที่ไม่สามารถใช้กับที่วัสดุชิ้นใหญ่อย่าง ที่นอน หมอนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมไรฝุ่นแหล่งใหญ่ได้

Q Image
A Image

การใช้เครื่องดูดฝุ่นกำลังดูดสูงๆสามารถดูดไรฝุ่นออกมาได้หรือไม่ ?

การใช้เครื่องดูดฝุ่นสามารถดูดไรฝุ่นติดออกมาได้แต่ไม่ทั้งหมด เพราะไรฝุ่นบางตัวเกาะตัวแน่นอยู่กับเส้นใยหรือหลบลงไปอยู่ลึกเกินกว่าเครื่องดูดฝุ่นจะดูดถึงโดยเฉพาะที่นอนที่หนามากๆ

Q Image
A Image

หากใช้ผ้ากันไรฝุ่นจะช่วยได้ไหม ?

ผ้ากันไรฝุ่นในปัจจุบันจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่คือ แบบผ้าทอที่มีความถี่มากกว่าผ้าทั่วๆไปประมาณ 6-10 ไมโครเมตร จึงเป็นเกราะที่บ้องกันไม่ให้มูลหรือคราบของไรฝุ่นฟุ้งกระจายออกมาได้ แต่เมื่อมีการซักทำความสะอาดผ้าบ่อยครั้งมากขึ้นความแน่นของเส้นใยผ้าจะลดลงจนทำให้มูลไรฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาได้เช่นเดิม ทำให้ต้องเปลี่ยนผ้าผืนใหม่บ่อยๆ หรือผ้าอีกประเภทหนึ่งจะใช้วิธีการเคลือบผ้าหรือเส้นใยด้วยสารเคมีป้องกันและฆ่าไรฝุ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้ในระยะยาว เนื่องจากนั่นคือ สารเคมีตัวหนึ่ง หรือหากซักผ้าบ่อยๆคุณภาพของสารเคมีในการป้องกันและกำจัดไรฝุ่นก็จะค่อยๆลดลงจนหมดไปในที่สุด และหลายท่านอาจไม่ทราบว่า ผ้าที่ขายในเมืองไทย ส่วนใหญ่ ถ้าเป็นผ้าที่เคลือบ ก็มักจะไม่ได้เป็นผ้าทอแน่น จึงไม่สามารถกันมูลไรฝุ่นให้ฟุ้งกระจายเหมือนแบบแรกได้ และข้อเสียคือ เนื่องจากไม่มีรูระบายอากาศ จึงทำให้ เกิดความร้อนสะสมเวลานอน ซึ่งขัดกับหลักการหลับลึกแบบธรรมชาติ และยังมีเสียกอบแกบรบกวนด้วย

Q Image
A Image

หากยกที่นอนไปตากแดดบ่อยๆช่วยกำจัดไรฝุ่นได้หรือไม่ ?

จากการศึกษาพบว่าระดับความร้อนที่จะทำให้ไรฝุ่นตายได้ จะต้องไม่ต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียสและต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 นาที สำหรับในประเทศไทยแดดบ่ายช่วงประมาณบ่ายสองโมงในวันที่แดดจัดจะมีอุณหภูมิสูงประมาณ 50 องศาเซลเซียส แต่มีระยะเวลาที่ไม่แน่นอน หรือหากเป็นที่นอนไรฝุ่นก็สามารถหลบไปอยู่ในด้านที่ไม่ถูกแดดได้ ดังนั้นการยกที่นอนไปตากแดดไม่สามารถกำจัดไรฝุ่นได้ อีกทั้งไม่สะดวกในการทำบ่อยๆ แต่ก็มีข้อดีอยู่ตรงที่แสงแดดทำให้ไข่ของไรฝุ่นฝ่อไม่สามารถฟักเป็นตัวไรฝุ่นรุ่นใหม่ได้อีกต่อไป

Q Image
A Image

ไรฝุ่นกับเหาหนังสือใช่ตัวเดียวกันหรือไม่แล้วกัดหรือดูดเลือดหรือไม่

ไรฝุ่นกับเหาหนังสือไม่ใช่ตัวเดียวกัน ไรฝุ่นจะมีขนาดที่เล็กมากประมาณ 0.3 มิลิเมตรไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ส่วนเหาหนังสือมีขนาดใหญ่กว่าไรฝุ่นมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ทั้งสองชนิดไม่กัดและดูดเลือดเหมือนเห็บ หรือหมัด ส่วนบางคนอาจมีอาการคันตามผิวหนังน่าจะเกิดจากการแพ้ละอองมูลหรือคราบของไรฝุ่นมากกว่า เนื่องจากไรฝุ่นมีความเป็นโปรตีนสูง จึงทำให้เกิดการระคายเคืองได้

Q Image
A Image

การรีดผ้าทำให้ไรฝุ่นตายได้ไหม ?

การรีดผ้าสามารถฆ่าไรฝุ่นได้หากใช้ความร้อนไม่ต่ำกว่า 60 องศาเป็นเวลานานประมาณ 20 นาทีขึ้นไป

Q Image
A Image

เครื่องฟอกกาศได้ผลกว่าเสปรย์ ไหม?

เนื่องจาก สารก่อภูมิแพ้ จากไรฝุ่น มีขนาด (10-40 ไมโครเมตร) เมื่อเกิดการฟุ้งกระจายขึ้น และลอยอยู่ในอากาศ จะลอยอยู่ไม่เกิน 5 นาที ก็จะตกกลับลงไปอีก จึงทำให้เครื่องฟอกอากาศ ทำงานได้ไม่เต็มที่ เครื่องฟอกอากาศจึงเหมาะกับควันบุหรี่ หรือกลิ่นเหม็นอับที่ลอยอยู่ในอากาศที่นานกว่า

Q Image
A Image

วัคซีนแก้โรคภูมิแพ้ น่าจะดีกว่าไหม?

80% ได้ผลดี อาการภูมิแพ้น้อยลง แต่อาจต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 5 ปี และหลังจากหยุดยา พบว่าประมาณ 40% ก็ยังกลับมามีอาการได้อีก และบางรายอาจมอาการ แพ้ วัคซีน เช่นปวดบวม จนะไม่สามารถ รับวัคซีนเพิ่มได้อีก จึงต้องหยุดไป

Q Image
A Image

คุณทราบหรือไม่ว่า ยาแก้ภูมิแพ้ขณะนี้ ขายดีมากขนาดไหน?

นั่นคือตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าคนเป็นโรคภูมิแพ้ที่รู้ตัวเอง มีมากขนาดไหน และยังมีบางส่วน ที่ไม่รู้ตัวอีก? และบางส่วนที่มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเป็น แต่คุณจะเลือกวิธีแก้ไขด้วย การบริโภคยา ซึ่งแก้เพียงแค่อาการเท่านั้น ไม่ใช่การรักษา และเมื่อตราบใดที่คุณยังได้รับสารก่อภูมิแพ้อยู่อีกอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งคุณอาจต้องเพิ่มปริมาณยา ดังนั้นการป้องกัน ควบคู่กับการดูแลด้วยวิธีอื่นน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด หรือไม่